เคยสงสัยไหม ว่าเวลาดูคลิปวิดีโอสอนแต่งหน้า ทำไมเหล่าบิวตี้บล็อกเกอร์ถึงปัดขนตาให้ดูงอนเด้ง เรียงเส้นสวยงาม และ ดูหนาฟูราวกับติดขนตาปลอม แต่พอเราลองทำตามด้วยตัวเอง ผลลัพธ์ที่ได้กลับกลายเป็นขนตาที่จับตัวเป็นก้อน ปัญหานี้อาจไม่ได้เกิดจากทักษะการแต่งหน้าที่ไม่ดีพอ หรือ คุณภาพของเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่อาจมาจากพฤติกรรมการใช้งานเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มักเผลอทำด้วยความเคยชิน จนกลายเป็นการทำให้มาสคาร่าเสื่อมสภาพก่อนเวลาโดยไม่รู้ตัว วันนี้เราจึงจะพาไปเช็ก 3 พฤติกรรมยอดฮิตที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อเปลี่ยนขนตาพังให้กลับมาปังกัน
แชร์ 3 พฤติกรรมที่ควรหยุด หากต้องการขนตางอนสวยตลอดทั้งวัน
เพื่อผลลัพธ์ของงานตาที่สวยสมบูรณ์แบบ แนะนำให้ลองปรับเปลี่ยนวิธีการใช้งานด้วยเทคนิคเหล่านี้
Stop Pumping เลิกปั๊มหัวแปรงขึ้นลง: สาว ๆ หลายคนติดนิสัยชอบดึงก้านแปรงเข้าออกแรง ๆ ติดต่อกันก่อนปัด เพราะคิดว่าจะช่วยให้เนื้อผลิตภัณฑ์เกาะติดแปรงออกมาได้มากขึ้น แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นการดันเอาอากาศเข้าไปในหลอดโดยตรง ส่งผลให้เนื้อครีมภายในแห้งไวขึ้น หมดอายุการใช้งานเร็ว และทำให้เวลาปัดเกิดการจับตัวเป็นก้อนได้ง่ายขึ้น วิธีที่ถูกต้อง และ ถนอมการใช้งานที่สุด คือ การค่อย ๆ หมุนก้านแปรงเป็นวงกลมเบา ๆ ให้สัมผัสกับเนื้อด้านในหลอดก่อนดึงออกมา
Temperature Matters อุณหภูมิมีผลต่อเนื้อสัมผัส: สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง หรือ ความเย็นในห้องแอร์ อาจทำให้เนื้อไฟเบอร์เซ็ตตัวแข็ง และ ปัดยากกว่าปกติ ทริคเด็ดที่ช่างแต่งหน้ามืออาชีพมักใช้คือ การนำหลอดผลิตภัณฑ์มากลิ้งไปมาบนฝ่ามือ หรือ สอดเก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อก่อนเริ่มแต่งหน้า ความร้อนจากอุณหภูมิของร่างกายจะช่วยวอร์มให้เนื้อมาสคาร่าละลายตัว จนอ่อนนุ่มมากขึ้น ส่งผลให้การปัดมีความเรียบลื่น เกาะติดเส้นขนตาได้สม่ำเสมอ และ งอนเด้งได้ยาวนาน
Wand Cleaning ปาดส่วนเกินออกก่อนปัดเสมอ: สังเกตไหมว่าเมื่อดึงแปรงออกมาจากหลอด มักจะมีก้อนเนื้อผลิตภัณฑ์ส่วนเกินเกาะกระจุกตัวรวมกันอยู่บริเวณปลายหัวแปรงเสมอ หากเราใจร้อนนำไปปัดลงบนขนตาทันที ปริมาณส่วนเกินเหล่านั้นจะทำให้เส้นขนตาติดกันเป็นแพหนา และ กลายสภาพเป็น "ขาแมงมุม" ได้ทันที ดังนั้นก่อนปัดทุกครั้ง จึงควรเช็ด หรือ ปาดส่วนเกินเหล่านั้นออกเบา ๆ ที่บริเวณปากขวด หรือ บนกระดาษทิชชู่ เพื่อให้ได้ปริมาณเนื้อครีมที่พอดีต่อการเนรมิตขนตาให้เรียงเส้นสวยงาม