หลายคนมักมีความเชื่อผิด ๆ ว่าในวันที่ทาแค่ครีมกันแดด การล้างหน้าด้วยโฟมขั้นตอนเดียวโดยไม่ต้องใช้คลีนซิ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ครีมกันแดดมีนวัตกรรมกันน้ำ กันเหงื่อ ทำให้เกาะติดผิวหน้าได้อย่างดีเยี่ยม หากล้างหน้าไม่สะอาด สิ่งสกปรก และ คราบไขมันเหล่านี้จะกลายเป็นต้นตอสำคัญของปัญหาสิวอุดตัน และ ผิวหมองคล้ำ การก้าวเข้าสู่วงการ Double Cleansing จึงเป็นจุดเริ่มต้นของผิวสุขภาพดีที่ใครได้ลองทำตามแล้วต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าขาดไม่ได้อีกเลย
ทาแค่กันแดดก็ต้องเช็ด! เคลียร์ความเข้าใจผิดเรื่องการทำความสะอาด
การใช้ชีวิตประจำวันต้องเผชิญทั้งฝุ่นควัน มลภาวะ และ ความมันบนใบหน้าที่ผลิตออกมาผสมกับสกินแคร์ การใช้ผลิตภัณฑ์เช็ดผิวก่อนล้างหน้าด้วยโฟม จะช่วยทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายคราบสิ่งสกปรก และ ฟิล์มเคลือบผิวของกันแดดให้หลุดออกอย่างหมดจด เป็นการเคลียร์ผิวให้พร้อมก่อนการทำความสะอาดในสเต็ปถัดไป
เลือกเนื้อคลีนซิ่งให้ตอบโจทย์ สภาพผิวแบบไหนใช้อะไรดี?
การเลือกไอเทมเช็ดหน้าให้ตรงกับสภาพผิวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง
แบบน้ำ (Water): เหมาะกับผิวมัน ผิวผสม และ ผิวเป็นสิวง่าย เพราะให้ความรู้สึกเบาสบาย ไม่ทิ้งความมันตกค้างบนใบหน้า มักใช้คู่กับสำลีแผ่นนุ่ม ๆ
แบบออยล์ (Oil): ตอบโจทย์คนผิวแห้ง และ คนที่แต่งหน้าแบบจัดเต็ม เพราะน้ำมันจะเข้าไปละลายเมคอัพกันน้ำได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องออกแรงถู
แบบบาล์ม (Balm): ใช้งานง่าย เนื้อบาล์มจะละลายกลายเป็นออยล์เมื่อสัมผัสอุณหภูมิผิว เหมาะสำหรับคนที่ชอบนวดหน้าไปในตัว
ทริคเช็ดตามแนวรูขุมขน สะอาดลึก ไม่ทิ้งคราบ
เทคนิคสำคัญที่หลายคนพลาด คือ การถูผิวแรง ๆ แบบย้อนไปย้อนมา ซึ่งนอกจากจะทำให้สิ่งสกปรกถูกดันกลับเข้าไปในรูขุมขนแล้ว ยังทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่ายขึ้นด้วย แนะนำให้ลองทำตามเทคนิคเหล่านี้
เริ่มต้นด้วยการลูบ หรือ เช็ดผิวเบา ๆ ตามทิศทางที่ขนงอก
บริเวณหน้าผากให้เช็ดออกไปทางด้านข้าง ส่วนบริเวณจมูก และ คางให้ลูบลงด้านล่าง
สำหรับบริเวณแก้มให้ลูบเฉียงลงไปทางกรอบหน้า วิธีนี้จะช่วยดึงคราบสกปรกออกจากรูขุมขนได้อย่างนุ่มนวลที่สุด
การทำความสะอาดผิวหน้าแบบสองขั้นตอนอาจดูเหมือนการเพิ่มเวลาในกิจวัตรประจำวัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นถือว่าคุ้มค่ามาก เพราะเมื่อผิวหน้าปราศจากสิ่งสกปรกตกค้าง รูขุมขนก็จะกระชับขึ้น พร้อมเปิดรับก