วิธีตรวจสอบ ข่าวปลอม (Fake News) ยังไงไม่ให้โดนหลอก !!

08 เม.ย. 2563 เวลา 02:39 น.Fake Newsเช็คข่าวปลอมตรวจข่าวจริงวิธีตรวจข่าวปลอมกรองข่าวปลอมป้องกันข่าวปลอม
แชร์บทความ แชร์ผ่าน Facebookแชร์ผ่าน Twitterแชร์ผ่าน LINE
วิธีตรวจสอบ ข่าวปลอม (Fake News) ยังไงไม่ให้โดนหลอก !!

"Fake News" หรือ "ข่าวปลอม" ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแต่ด้วยเทคโนโลยี รวมทั้งสื่อใหม่อย่าง Social Media ที่เกิดขึ้นมากมายหลากหลายประเภท ทำให้ "ข่าวปลอม" สามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง ที่มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี เรื่องจริง เรื่องเสริมเพิ่มเติมดราม่า รวมไปถึงข่าวลือที่เหมือนจะจริง จนหลายครั้งก็ยากที่จะแยกแยะหรือตรวจสอบได้ทันที


วันนี้เราจึงมีคำแนะนำที่น่าจะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบข่าวปลอม หรือ การเช็ค Fake News เบื้องต้น เพื่อที่จะดูว่าข่าวแบบไหนคือข่าวปลอมอันไหนเป็นข่าวจริง

 

1.ตรวจสอบแหล่งที่มา / แหล่งอ้างอิง ใครเขียน ใครเผยแพร่ มีความน่าเชื่อถือหรือไม่?

เราสามารถดูข่าวจากหลายๆช่องทางประกอบกันได้ หากเป็นเรื่องที่มาจากองค์กรที่ชื่อไม่คุ้นเคย ควรตรวจสอบเพื่อความแน่ใจอีกครั้งหนึ่ง

 

2. หัวข้อข่าว / คำที่ใช้ ใส่อารมณ์เกินจริงเน้น "เรียกร้องความสนใจ"

ข่าวปลอมมักมีการพาดหัวที่สะดุดตา อ่านแล้วให้ความรู้สึกใส่อารมณ์เวอร์เกินจริง เน้นใช้ตัวหนาและเครื่องหมายตกใจ! เพื่อเรียกร้องความสนใจ เน้นกระตุ้นให้คนอยากกดเข้าไปดูหรือแชร์ต่อไป ให้ลองพิจรณาให้ดีว่า ข่าวที่เรากำลังจะแชร์นั้นเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม

 

3. สังเกตชื่อ Link และ URL เพราะจะผิดแปลก และจงใจเลียนแบบให้เข้าใจผิด

ลิงก์ของข่าวที่แชร์มาอาจจะมี URL คล้ายกับ URL ของสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยมีเว็บไซต์ข่าวปลอมจำนวนมากที่เปลี่ยนแปลง URL เพียงเล็กน้อยเพื่อเลียนแบบแหล่งข่าวจริง ดังนั้นต้องเข้าไปอ่านเนื้อหาให้ละเอียดและตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ให้แน่ชัดก่อน

 

4. รูปภาพประกอบมักจะไม่ตรงกับเนื้อหาข่าว

เป็นวิธีตรวจสอบที่ง่ายๆ ด้วยสมมติฐานที่ว่า เมื่อเนื้อหาข่าวมันปลอม รูปภาพประกอบข่าวก็ต้องปลอมและไม่ตรงกับเรื่องจริงในข่าวด้วยเช่นเดียวกัน เราสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของ "รูปภาพประกอบ" ได้จาก Google เพียงคลิกขวาที่รูปภาพในข่าว จะมีหัวข้อให้เลือกว่าค้นหารูปภาพจาก Google ซึ่งสามารถบอกได้หมดว่ารูปภาพนี้เคยเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตเมื่อไหร่ และถึงบางครั้งรูปภาพอาจเป็นรูปจริง แต่อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาของข่าวเลยก็ได้

 

5. การเขียนและสะกดคำ "ผิด"

ผู้สื่อข่าวที่ดีหรือสำนักข่าวออนไลน์ที่มีตัวตนจะต้องมีคุณภาพและจะไม่ผิดพลาดเรื่องตัวสะกดของคำหรือประโยคต่างๆ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะมีการพิสูจน์อักษรก่อนการเผยแพร่ทุกครั้งเพื่อความถูกต้องและความไม่คลาดเคลื่อนของข้อความหรือเนื้อห่ที่จะส่งออกไป

 

6. ตรวจสอบจากแหล่งข่าวอื่นเปรียบเทียบ

สังเกตหรือตรวจสอบอีกครั้งจากแหล่งอื่นๆ หรือตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพื่อยืนยันว่าถูกต้อง หากไม่มีหลักฐานหรือความน่าเชื่อถือของผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียง อาจระบุได้ว่าข่าวดังกล่าวอาจจะเป็นข่าวปลอม ลองเปรียบเทียบจากแหล่งข่าวอื่นๆประกอบด้วย

 

7. การจัดวางภาพและกราฟิก

สังเกตสิ่งผิดปกติในเนื้อหาข่าวหรือเว็บไซต์ เช่น วันที่ลำดับเหตุการณ์ การจัดวางภาพกราฟิก โดยข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณ์ที่ไม่สมเหตุผล หรือมีการเปลี่ยนแปลงวันที่ของเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมทั้งมีการจัดวางกราฟิกหรือเลย์เอาต์ที่ไม่เป็นมืออาชีพ

 

8. มีโฆษณาสิ่งผิดกฎหมาย บนหน้าเว็บไซต์

สังเกตสิ่งผิดปกติในเนื้อหาข่าวหรือเว็บไซต์ เช่น เมื่อคลิกเข้าไปดูในเว็บไซต์อาจมีโฆษณาของสิ่งผิดกฎหมายปรากฏอยู่บนหน้าเว็บไซต์

 

9. สังเกตุจุดประสงค์ในการเผยแพร่ข่าว 

ทำไมเราถึงอยากแชร์? อ่านข่าวนี้แล้วเรารู้สึกอย่างไร ผู้เขียนต้องการอะไร หรือมีเป้าหมายยังไง เช่น ต้องการสร้างความตื่นตระหนกตกใจ หรือ ให้ข่าวเพื่อทำลายชื่อเสียง หรือมีจุดประสงค์อื่นๆ แอบแฝงจากการให้ข่าวนี้ อย่าเพิ่งตกเป็นเหยื่อของข่าวปลอม

 

จากข้อสังเกตทั้งหมดที่เราแนะนำ เป็นวิธีเช็ค Fake News เบื้องต้น อาจจะบอกไม่ได้ 100% ว่าข่าวนั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่การที่เราอ่านข่าวบ่อยๆ หมั่นสังเกตความเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วคิดวิเคราะห์ตาม ก็จะช่วยให้เรารู้เท่าทันข่าวปลอมหรือ Fake News ต่างๆ ได้ และที่สำคัญหากเป็นเรื่องราวที่เราไม่แน่ใจ ไม่รู้และไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าข่าวหรือเรื่องราวนั้นเป็นจริงหรือ สิ่งที่เราควรทำคือ ไม่แชร์และไม่ส่งต่อข่าวนั้นออกไปให้ผู้อื่น

 

Business vector created by rawpixel.com - www.freepik.com

บทความที่คุณอาจสนใจ

ระบบพูดคุย

คุณสามารถพูดคุยกับคนขายหรือผู้สนใจซื้อสินค้าของคุณได้ง่ายๆที่นี่ ให้คุณไม่พลาดทุกการติดต่อ

เข้าสู่ระบบก่อนเริ่มต้นใช้งาน

เข้าสู่ระบบ